Month: July 2021

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดการออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกใส่ชุดแข่งที่มีสีเขียวลงสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด Football Italia สื่อดังจากแดนมักกะโรนี กล่าวว่า เซเรีย อา ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่มอีกรอบ เพื่อกล้องถ่ายทอดสดทำงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งอำนวยความสะดวกต่อคนที่เป็นโรคตาบอดสี รายงานบอกว่า ความเคลื่อนไหวคราวนี้เหมารวมถึง เสื้อ กางเกง รวมทั้งถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวทั้งยังโทนเข้มรวมทั้งอ่อน ส่วนในกรณีที่ชุดชิงชัยมีมากกว่า 2 สี จะต้องให้สีอื่นมีความสะดุดตากว่าสีเขียวแค่นั้น รวมทั้งจะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตัดสินใจประกาศให้ทราบตั้งแต่ฤดูนี้เพื่อทุกครั้งมมีเวลาเตรียมพร้อม จากการประกาศกฎดังกล่าวข้างต้น แน่ๆว่าสมาพันธ์ที่ได้รับผลกระทบสูงที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 Continue Reading

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

แม้ว่าทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดครองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตน ด้วยเหตุว่าเสียท่าแพ้ “ฟ้าขาว” ประเทศอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติอเมริกาใต้ โคปา อเมริกา 2021 รอบชิงชนะเลิศ ที่ประเทศบราซิล แต่กลับมีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 คนที่ได้สังสรรค์แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป ด้วยเหตุว่าได้โอนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี แล้วก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลโอนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งสิ้น 6 คน ดังเช่น เปกระเป๋า แผงหลังกลุ่มชาติโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แผงหลังกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวากลุ่มชาติยูเครน แล้วก็ 3 นักเตะกลุ่มชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยทั้งยัง 6 คนดังกล่าวกำเนิดที่ประเทศบราซิลทั้งสิ้นเลยด้วย แต่ว่ามีอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สมาคมบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย มันก็คือ จอร์จินโญ่ ด้วยเหตุว่าได้ย้ายมาปักหลักถิ่นฐานในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปี แล้วก็ได้รับเชื้อชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อไปได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เวโรนา ในตำแหน่งมิดฟิลด์เมื่อปี 2010 แล้วก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ นาโปลี ก่อนที่จะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ว่าได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 แล้วก็ได้โอนสัญชาติเพื่อไปสวมเสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในขณะที่ โตลอย เพิ่งได้เชื้อชาติในช่วงต้นปี 2021 ภายหลังที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองข้างหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับจากย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านกำเนิดเมื่อปี 2015 ก่อนหน้าที่ผ่านมามีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปครองแชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในช่วงเวลาที่สวมบทเป็นกองกลางกลุ่มชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นคนที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองข้างหลังกลุ่มชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าขณะนี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปครองแชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะเหตุว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน แล้วก็ โตลอย กลายเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมใจ ด้วยเหตุว่าได้สวมเสื้อของทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” สังสรรค์แชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020 Continue Reading

พวกไม่ยินยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมเซ็นนัดชิงยูโร 2020 จำต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ที่ผลสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเท่ากันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความสิ้นหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์ ปัจจุบัน มีรายงานว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมเซ็นอย่างจริงจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดหมายชิงชนะเลิศใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่ยุติธรรม โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินคนดัทช์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าวินิจฉัยผิดพลาดหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้แค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรจะเป็นใบแดงด้วยเหมือนกัน จนถึงช่วงนี้ มีคนรักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมเซ็นใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้ชิงชัยกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งเว้นแต่พวกเขาเห็นว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่ยุติธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มด้วยว่า กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ อย่างไรก็ตาม การร่วมเซ็นคราวนี้อาจเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางความเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจไม่มีการตอบรับข้อเรียกร้องนี้อะไร

พวกไม่ยินยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมเซ็นนัดชิงยูโร 2020 จำต้องแข่งขันใหม่ Continue Reading

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตขู่คำราม” กลุ่มชาติอังกฤษ จำเป็นต้องเจอกับความหมดหวังอีกรอบ หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงชนะเลิศ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564   ทำให้พวกเขายังจำเป็นต้องรอคอยความสำเร็จถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยหนสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จคือการครอบครองแชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา แต่มีหลายเสียงวิภาควิจารณ์หลังเกมมหาศาล เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของกลุ่มมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้งยัง บูค้างโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) และก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งยังสามรายพลาดหมด โดยหลังเกม ที่ปรึกษาวัย 50 ปี ออกมาอธิบายถึงประเด็นนี้ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขามิได้เสนอตัว แต่ผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยตรึกตรองจากภาพรวมในการซ้อม หากคุณจะโทษผู้ใดกัน คนนั้นควรเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะมิได้อยู่ตามลำพัง แต่เราจะอยู่ข้างเคียงเขา”   นอกเหนือจากนั้น อดีตปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เผยถึงต้นเหตุว่าเพราะเหตุใดกลุ่มจึงหันมาเล่นเกมรับ และก็ตกลงใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”พวกเราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอ นั่นทำให้พวกเราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะก่อให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็เหมือนกับการเดิมพัน หากพวกเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนที่ผ่านมา พวกเราก็บางครั้งก็อาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นไปได้”

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน Continue Reading

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเลิศ, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเลิศ ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

ภายหลังที่ อิตาลี ผงาดได้แชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ หลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษพิจารณา 3-2 ได้แชมป์มาครองเป็นสมัยที่สองภายหลังเคยคว้าทำได้เสร็จในปี 1968 ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น หลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย ผู้เล่นเยี่ยมของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)   นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ แล้วก็ช่วยทำให้ทีมของเขาได้แชมป์ ยุโรป เสร็จ เป็นครั้งแรกนับจากปี 1968 ยิ่งกว่านั้นเขายังเป็นผู้รักษาประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่ได้กล่าวมาแล้วต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992 เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดแล้วก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นผู้อื่นในรายการ ทำเนียบนักฟุตบอลเยี่ยม ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน – ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี) – ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส) – ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน) – ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (สเปน) – ปี 2004 : ธีโอโดรอคอยส ซาโกราคิส (กรีซ) – ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส) – ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี) ดาวรุ่งเยี่ยม – เปดรี (สเปน)   ในช่วงเวลาที่ เปดรี มิดฟิลด์ของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นแทบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาหลังถูกสลับตัวออกจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแต่นาทีเดียวแค่นั้น “สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็มิได้ทำแบบงั้น มันช่างเกินจริง ไม่เหมือนใคร” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (ประเทศโปรตุเกส)   คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติประเทศโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูเท่ากับ ขว้างตริก ชิก กองหน้าทีมชาติสาธาณรัฐเช็ก แต่ว่าจอมบุกแดนฝอยทองคำทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด แข่งรวม 51 นัด ยิงกันทั้งหมด 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม ทีมที่ยิงประตูมากที่สุด อิตาลี – 13 ประตู คลีนชีตมากที่สุด อังกฤษ – 5 เกม[…]

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเลิศ, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเลิศ ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด Continue Reading

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” นับว่าเป็นลำแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูทีมชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา ประเทศสเปน หลุดตั้งคำถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักเตะระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน ปราการหลังเพื่อนร่วมชาติ โดยในรายการ ฉันร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักเตะระดับสตาร์ 3 คน ที่มิได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งฉันร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่จะเขาจะหัวเราะในเชิงยอมเนื่องจากว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายนามนักเตะให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เออร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..[…]

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” นับว่าเป็นลำแข้งดังเหรอ? Continue Reading

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันจิตใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่ตระเตรียมฟาดแข้งกันตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย อย่างที่แฟนบอลรู้กันดี ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดไปอย่าง ผู้จัดงาน กลุ่มชาติบราซิล พบกับ กลุ่มชาติประเทศอาร์เจนตินา ปัจจุบัน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์กลุ่มชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ ข้างหลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้คว้าชัยชนะโคปา อเมริกา โดยเหตุผลเนื่องจากว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี จอมบุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง สำหรับจุดเริ่มแรกเรื่องราวดังที่กล่าวผ่านมาแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด นักข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเธอได้โพสต์ว่า “ก่อนจะเอาหินมาขว้างใส่ฉันในที่ส่วนรวม ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการฟุตบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนพ้องชาวอาร์เจนไตน์หลายท่าน แม้กระนั้นฉันไม่ได้เชียร์ประเทศอาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เนื่องจากว่าฉันรักฟุตบอล และก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จะต้องได้แชมป์ในสีเสื้อกลุ่มชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่ชอบธรรม!” ภายหลังโพสต์ของผู้สื่อข่าวสาวดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคู่รักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามความเห็นของอันดราเด ซึ่งแทบจะทั้งหมดก็บอกเหตุผลคล้ายกันโน่นคือ สรรเสริญในฝีเท้าของจอมบุกจากชาติคู่รักคู่แค้น และก็ต้องการที่จะให้สมหวังพลาดท่าในวัย 34 ปี อีกทั้งแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองใจจากความไม่ประสบผลสำเร็จของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากฟุตบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ปัจจุบัน เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในหัวข้อนี้ยาวว่า “ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจ ความฝันของผมตลอดชีวิตคือการได้เล่นให้กลุ่มชาติและก็ได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องช่วยเหลือ” “ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์” “หากสิ่งนั้นคือบราซิล เนื่องจากว่าผมคือคนบราซิล และก็ใครก็ช่างที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความยำเกรง แม้กระนั้นไปลงนรกซะเถิด” สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ กลุ่มชาติเวเนซุเอลา และก็ กลุ่มชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ จากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังแกร่งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์ โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกนับจากปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เผชิญหน้ากับประเทศอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนประเทศอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย และก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันจิตใจไปตายซะ Continue Reading

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการตายของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนฝูงร่วมอาชีพรุ่นหลัง

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น สลบและล้มลงสู่พื้น และต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจส่งผลให้ภาพเรื่องราวความสูญเสียในสมัยก่อน ถอยกลับเข้ามาในความคิดของเหล่าแฟนบอล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ คงจะเป็นเคสแรกๆที่คนจำนวนไม่น้อยจำเจริญ ภาพที่เขาสลบล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนถึงต้องถูกหามออกไปดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นข้างสนาม แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็ไม่บางทีอาจช่วยของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ จนถึงความสูญเสียดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เปลี่ยนมาเป็นรอยด่างพร้อยทำงานชิงชัย ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 แม้กระนั้นการสูญเสียในตอนนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตในการช่วยนักฟุตบอลในสนาม แกร่งขนาดไหนก็ล้มได้ ถึงแม้นักเตะอาชีพ จะเป็นกลุ่มของผู้คนที่มีร่างกายแข็งแรงดี วิ่งเต็มดูดได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่กลับมีผู้เล่นมากยิ่งกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากยิ่งกว่าครึ่งนั้น มิได้โชคดีเหมือนกับกองกลางของดินแดนวัวนมรายนี้ หนึ่งในกรณีที่คนจำนวนไม่น้อยจำเจริญ เป็นรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมทัพทีมชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะได้พักในเกมที่เจอกับ สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง แมตช์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบตัวตัวเขาเลย ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้ทีมหมอเข้ามาดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่จะเขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลและรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง ทว่าข้างหลังเพียรพยายามกู้ชีพอยู่นานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงหลังจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมชาติ แคเมอรูน ณ เวลานี้ เปิดเผยว่าเขาอยากเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะเหตุว่าตลอดตัวเขาและทีมหมอ มีความเห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีอาการล้า และเคลื่อนที่ได้ช้าลง แม้กระนั้นเจ้าตัวยังอยากเล่นต่อ เพื่อช่วยให้ทีมชาติของเขาเข้าสู่รอบชิงแชมป์ให้ได้ แมรี่-หลุยส์ โฟเอ้ ภรรยาของตัวรุกรายนี้ ระบุว่ากองกลางจาก แมนฯ ซิตี้ มีอาการท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว รวมถึงมีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แม้กระนั้นเจ้าตัวยังคงการันตีที่จะลงเล่นให้กับทีมต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาภรรยาของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดนั้น ผลของการชันสูตรวินิจฉัยศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจครึ้ม หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่ได้กล่าวมาแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั่วทั้งโลก พบบ่อยได้บ่อยครั้งในผู้ที่มีสุขภาพดี และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตชั้น 1 ของผู้สูงอายุน้อยกว่า 35 ปี ข้อความสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดชีวิตด้วย แม้ได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องอย่างทันการ แม้กระนั้นขณะนั้น แทบจะไม่มีใครคาดหวังว่านักฟุตบอลที่มีร่างกายแข็งแรงแบบงี้ อยู่ดีๆจะล้มครืน จนกระทั่งขั้นเสียชีวิต นั่นจึงทำให้ ฟีฟ่า ตกลงใจยกเครื่องทางการแพทย์ใหม่ทั้งหมดทั้งปวง เพื่อไม่ให้เรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง ชีวิตต้องมาก่อน ภายหลังเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกเอามาเอ๋ยถึง เป็นอาการหัวใจหยุดเต้นรุนแรง หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ตลอดเวลา และทุกหนแห่ง โดยไม่แบ่งว่าคุณจะมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงแค่ไหนก็ตาม ฟีฟ่า อยากค้ำประกันว่าผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลต้องรู้เรื่องข้อความสำคัญดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยยิ่งไปกว่านั้นกับข้าราชการหมอ ที่จึงควรเข้ารับการฝึกอบรมขั้นตอนในการช่วย แม้เจอผู้เล่น หรือผู้ตัดสินประสบอาการ SCA ขึ้น แม้ผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการประจันหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือสลบไป ทีมหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องคอยผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต เพราะเหตุว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียง 2 นาที ภายหลังที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เพราะเหตุว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเท่าไร โอกาสในการรอดชีวิตก็ยิ่งเลือนรางลงไป ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีใครทำ CPR ให้เขาเลย แม้เขาจะสลบไปนานกว่า 6 นาทีแล้ว แม้เจ้าตัวจะมีอาการตาโพลง และไม่สนองตอบก็ตาม บางทีอาจเพราะเหตุว่าแทบจะไม่เคยปรากฏเลยว่ามีในกรณีที่นักเตะกำเนิดหัวใจหยุดเต้นรุนแรง ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม แม้กระนั้นนั่นก็ทำให้ทีมหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้ทราบจะกับการเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ตลอดเวลา ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมพร้อมเพิ่มมากขึ้น ด้วยอุปกรณ์หมอที่พร้อมกว่าเดิม รวมถึงกำหนดให้เครื่อง AED จะต้องมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์ชิงชัยจริง หรือระหว่างการฝึกฝนก็ตาม ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจสอบความแปลกของหัวใจ ถึงแม้พวกเขาไม่บางทีอาจตรวจพบทุกความแปลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้กระนั้นก็เพียงพอที่จะคัดกรองความพร้อมเพรียงของผู้เล่นในระดับหนึ่ง และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกฐานะทางการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้เฝ้าประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการประจันหน้ากับหัวเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนกระทั่งขั้นสลบ และต้องนอนคอยรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการตายของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนฝูงร่วมอาชีพรุ่นหลัง Continue Reading

ร่ำรวยสุดในแวดวง! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษกล่าวว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงปฏิบัติภารกิจในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นผู้ตัดสินลูกหนังที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดในโลก สื่อดังที่ได้กล่าวมาแล้วระบุว่า ท่านเปาชาวดัตช์มีสินทรัพย์ส่วนตัวมูลค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งขึ้นซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม ข้างหลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน   ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มต้นอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในบอลโลก รอบท้ายที่สุด มาแล้ว 2 สมัย และก็ศึกยูโร รอบท้ายที่สุดอีก 3 สมัย ซึ่งแรงดลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวคือพ่อ ที่เคยเป็นผู้ตัดสินบอลในระดับครึ่งอาชีพนั่นเอง สำหรับ นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะถือเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส ข้างหลังเคยวินิจฉัยนัดชิงชนะเลิศเกมระดับชมรมในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) และก็ ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว   ส่วนในศึกยูโรคราวนี้ ไคเปอร์สลงปฏิบัติภารกิจไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด และก็รอบ 8 ทีมท้ายที่สุดอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล และก็ เออร์วิน เซนสตรา ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ร่ำรวยสุดในแวดวง! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020 Continue Reading

ตัดเกรด นักเตะกลุ่มชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

บอล ยูโร 2020 รอบ 4 กลุ่มสุดท้าย คืนวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2021 อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน อังกฤษ) คะแนนนักเตะ กลุ่มชาติอังกฤษ จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10 วันนี้แทบไม่พบบททดสอบมากเท่าไรนัก แม้กระนั้นดูเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอควรโดยเฉพาะในเวลาที่ต้องเล่นบอลกับพื้น รวมทั้งการออกบอลดูไม่มีความมั่นอกมั่นใจและขาดความเที่ยงตรงไปๆมาๆกอย่างยิ่งจริงๆ จอห์น สโตนส์ – 7.5/10 เกมรับทำหน้าที่ได้อย่างหนักแน่นในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมทั้งบล็อคลูกยิงสวยๆหลายหน แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ – 7.5/10 เหมือนกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังมีโอกาสได้เติมขึ้นไปกระแทกลุ้นทำคะแนนหลายหน ครอบครองบอลเหนี่ยวแน่น ออกบอลแม่นยำ ไม่มีข้อบกพร่องให้มองเห็นเลย ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10 เป็นอีกคนที่โดดเด่นอย่างยิ่งในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบมิได้เติมขึ้นสูง แม้กระนั้นการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมทั้งการหุบเข้ามาช่วยกึ่งกลางทำเป็นอย่างไร้ที่ติเตียนในเกมวันนี้ ลุค ชอว์ – 7.5/10 มีบทบาทออกจะมากมายสำหรับเพื่อการเติมเกมรุก ค่อยต่อบอลติดต่อประสานงานกับเพื่อนร่วมกลุ่มทางกราบซ้าย ได้ช่องเติมขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างช่องทางให้กลุ่มได้อยู่บ้างแบบเดียวกัน ดีแคลน ไรซ์ – 7/10 ครึ่งแรกหน้าที่จะเน้นย้ำไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำประคับประคองคู่เซ็นเตอร์ แม้กระนั้นในช่วงครึ่งหลังมีโอกาสเติมเกมขึ้นสูงมากขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมบริเวณกลางสนามได้ออกจะดี ค้างลวิน ฟิลลิปส์ – 7/10 ช่วงครึ่งแรกหน้าที่กับเกมออกจะน้อย แม้กระนั้นภายหลังที่กลุ่มอุตสาหะเปิดเกมบุกก็พอจะมีบทบาทสำหรับเพื่อการช่วยต่อบอลกับกลุ่มอยู่บ้าง เล่นออกจะแน่ๆ เอาชัวไว้ก่อนตลอด 120 นาที เมสัน เมานท์ – 6.5/10 มีโอกาสได้เล่นกับบอลอยู่บ้าง ค่อนเชื่อมเกมในแดนหน้า แม้กระนั้นวันนี้หน้าที่ถือว่าไม่โดดเด่นมากเท่าไรนัก

ตัดเกรด นักเตะกลุ่มชาติอังกฤษ เกม เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020 Continue Reading