หมดเวลาของเทียม : เมื่อองค์กรกีฬาร่วมใจเปิดศึกต้านทานสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

หมดเวลาของเทียม : เมื่อองค์กรกีฬาร่วมใจเปิดศึกต้านทานสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

เสื้อก๊อป, เสื้อเลียนแบบ, เสื้อเกรดจีน, เสื้อหลังสนาม หรือชื่ออะไรก็ตามที่คุณใช้เรียกเสื้อผิดลิขสิทธิ์ คือปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็ประสบพบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในไทย หรือในประเทศฝั่งตะวันตก ทั้งอเมริกา แล้วก็อังกฤษ
 พวงหรีด

แต่ว่าที่แตกต่าง คือที่โลกตะวันตกกำลังเดินหน้าปราบปรามขบวนการขายเสื้อกีฬาผิดลิขสิทธิ์อย่างเอาจริงเอาจัง ภายใต้การร่วมมือกันของรัฐบาลกับองค์กรกีฬาที่ทรงอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็น Nike แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชั้น 1 ของโลก, NFL ลีกอเมริกันฟุตบอลยอดนิยมของคนประเทศอเมริกา ไปจนถึงลีกฟุตบอลขวัญใจคอลูกหนัง อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เหตุใดโลกตะวันตก ก็เลยเลือกเปิดศึกอย่างเอาจริงเอาจัง กับเสื้อผ้าละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วก็สังคมไทยศึกษาอะไรจากประเด็นนี้ได้บ้าง ติดตามไปกับ Main Stand

เมื่ออเมริกาถูกจีนขโมยทรัพย์สิน

ทุกคนอาจทราบกันดีอยู่แล้วอยู่แล้วว่า อเมริกา กับ จีน คือสองชาติมหาอำนาจที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามาอย่างยาวนาน แต่ว่าไม่มียุคไหนจะตึงเครียดไปกว่า ยุคของ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังผู้นำรายนี้ประกาศให้ชาติยักษ์ใหญ่ที่โลกตะวันออก เป็นศัตรูเบอร์ 1 ที่อเมริกาจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้

ทุกผลตอบแทนที่ต้องเป็นของอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมจะจัดการโดยไม่สนใจว่าจะก่อปัญหาหรือความไม่ลงรอยกันกับชาติอื่นอย่างไรบ้าง จวบจนกระทั่งรัฐบาลของเขาได้เจอข้อมูลสำคัญ ซึ่งให้โอกาสให้สหรัฐฯ ได้ซัดหมัดใส่จีนแบบเต็มเป้า

ย้อนไปในปี 2018 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้อ้างถึงว่า พวกเขามีข้อมูลการจำหน่ายสินค้าผิดลิขสิทธิ์ (ทุกต้นแบบ) ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน หรือมีคนจีนเป็นผู้ผลิตแล้วก็จำหน่าย ซึ่งทำให้สูญเสียรายได้ไปร่วม 460,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15 ล้านล้านบาท

เว้นเสียแต่คนจีนจะขโมยรายได้ที่ควรจะเป็นของบริษัทสหรัฐฯ ข้อมูลยังกล่าวว่าผู้ที่ซื้อของเลียนแบบจากประเทศจีน ส่วนใหญ่คือคนประเทศอเมริกานี่แหละ เท่ากับว่าชาติมหาอำนาจจากฝั่งตะวันตกเสียผลตอบแทนให้กับจีนแบบทั้งขึ้นทั้งล่อง

ถึง โดนัลด์ ทรัมป์ จะตั้งอกตั้งใจเปิดศึกกับจีนอยู่แล้ว แต่ว่ากรณีต่อสู้กับการขายสินค้าผิดลิขสิทธิ์ อเมริกาได้รับการผลักดันและสนับสนุนเป็นอย่างมากจากชาติตะวันตก เพราะว่าการเสียผลตอบแทนมาอย่างยาวนานจากการขายของเลียนแบบกันแบบเป็นธุรกิจขมักเขม้น และไม่ได้รับการปราบปรามจากภาครัฐ ซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศของทวีปเอเชีย

หนึ่งในสินค้าที่ได้รับการฝ่าฝืนลิขสิทธิ์มากที่สุด คืออาภรณ์ชนิดกีฬา แน่นอนว่ารองเท้าสนีกเกอร์ครอบครองตลาดคนซื้อของเทียมมาเป็นชั้น 1 ซึ่งมีรายงานว่า 20 เปอร์เซนต์ของรองเท้าสนีกเกอร์ที่คนบนโลกสวมเป็นของเลียนแบบ เท่ากับว่ามีจำนวนเงินมากยิ่งกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดค้าขายรองเท้าเลียนแบบ

โดยเหตุนี้ ท้ายที่สุดบริษัทต่างๆเป็นจำนวนมากจำเป็นต้องเห็นด้วยความเป็นจริงที่ว่า พวกเขามีส่วนที่ทำให้สินค้าของเทียมเกิดขึ้น จากการค้าขายกำไรเกินพอดีกับการจำหน่ายสินค้าต่างๆจนผู้คนปริมาณหนึ่งไม่สามารถจ่ายไหว แปลงเป็นการบีบบังคับให้พวกเขาจำเป็นต้องไปซื้อของเลียนแบบ

ถ้าเกิดเลือกได้อาจไม่มีใครต้องการซื้อของผิดลิขสิทธิ์ เพราะว่าคุณภาพของเทียมห่างจากของจริงอย่างไม่เห็นฝุ่นผง แต่ว่ามีอีกความเป็นจริงที่ว่าของดีก็ไม่จำเป็นที่ต้องแพงเสมอ ถ้าเกิดลดราคาลงมาได้ ทุกคนก็จะได้โอกาสได้เข้าถึงของดีในราคาที่สมควร

ท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจซื้อขายสินค้าของละเมิดลิขสิทธิ์ก็เลยราวกับด้านมืดของระบบทุนนิยม ที่อาจมิได้รับการปรับแต่งในเร็ววัน เพราะว่าข้อเท็จจริง ความแตกต่างทางรายได้ของคนเรายังคงมีอยู่ เสื้อกีฬายังคงปรับราคาให้เพิ่มขึ้นกันไม่หยุด สินค้าเลียนแบบก็จะยังคงเป็นที่นิยมถัดไป

Craig Young

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *